หมัดต่อหมัดระหว่างโครเอเชีย กับ อังกฤษ

หมัดต่อหมัดระหว่างโครเอเชีย กับ อังกฤษ ดุเดือดดวลแข้งกันอย่างหมัดต่อหมัดระหว่างโครเอเชียที่ต้องการประตูตีเสมอเดินหน้าเข้าใส่ไม่ยั้งแต่การต่อบอลยังไม่แม่นยำแทบไม่มีโอกาสเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษของอังกฤษได้เลย เกมผ่าน 60 นาทีโครเอเชียครองบอลได้มากกว่าอย่างชัดเจนขาดเพียงการเปิดบอลเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษยังไม่ชัดเท่าไหร จนกระทั่งนาทีที่ 68 โครเอเชีย ได้ลุ้นจากลูกเปิดของ ซิเม เวอร์ซัลจ์โก ด้านกราบขวาไปกลางประตูให้ อิวาน เปริซิช วิ่งเข้าเปลี่ยนทางพาโครแอตกลับมาตีเสมอ 1-1 เท่านั้นไม่พอนาที 72 อิวาน เปริซิช ได้กระเข้ากรอบเขตโทษก่อนซัดเต็มข้อบอลพุ่งชนเสาสองกระดอนกลับมาให้เพื่อนได้ซ้ำแต่บอลเบาเข้ามือ จอร์แดน พิกฟอร์ด นาที 82 มาริโอ มานด์ซูคิช ได้ยิงระยะเผาขนในกรอบแต่บอลยังตรงตัว พิกฟอร์ด

และเมื่อเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บอังกฤษได้ลุ้นจากลูกฟรีคิกนอกกรอบด้านขวา คีแรน ทริปเปียร์ เปิดไปเสาสอง แฮร์รี เคน ได้โหม่งไม่ดีบอลหลุดกรอบออกหลังทำให้จบ 90 นาทียังเสมอกันอยู่ 1-1 ต้องลุ้นในช่วงต่อเวลาพิเศษ และเมื่อเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเดินหน้าเข้าใส่กันอย่างสนุกนาที 99 อังกฤษได้ลูกเตะมุมฝั่งขวา คีแรน ทริปเปียร์ เปิดให้ จอห์น สโตนส์ โหม่งบอลจะเสียบเสาสองอยู่แล้วยังดีที่ ซิเม เวอร์ซัลจ์โก ยืนคุมสกัดออกมาได้ทัน ช่วงทดเวลาโครเอเชียเกือบขึ้นนำจากการจ่ายของ อิวาน เปริซิช ให้ มาริโอ มานด์ซูคิช เข้าชาร์จแต่ จอร์แดน พิกฟอร์ด ออกมาสกัดได้ทันทำให้ต้องลุ้นต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งหลัง ช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งหลังนาที 109 อิวาน เปริซิช เก็บตกจากจังหวะเคลียร์ไม่ชัดของอังกฤษต่อให้ มาริโอ มานด์ซูคิช ได้ยิงจ่อไม่เหลือให้โครเอเชียพลิกกลับมานำ 2-1 ช่วงท้ายเกมอังกฤษพยายามเร่งเกมอย่างหนักเพื่อหวังตีเสมอและลุ้นต่อในการดวลลูกโทษที่จุดโทษแต่สุดท้ายเจาะไม่เข้าทำให้หมดเวลา 120 นาท โครเอเชีย ที่ตามหลังตั้งแต่ 5 นาทีแรกกลับมาชนะ 2-1 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ทีมชาติโดยจะพบกับฝรั่งเศส